วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โครงงานคอมพิวเตอร์
เรื่อง สู่รั้วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษา
เสนอ
คุณครู ธัญญวดี  เสพมงคลเลิศ
โดย
1. นางสาว นัฐริกา  บุญสินธุ์                                 เลขที่ 26
2.นางสาว  กัญญาณัฐ  เสมอจิตต์                        เลขที่ 27
3. นางสาว ธนพร  สังข์ขรณ์                                เลขที่ 37
4.นางสาว  มานิดา  สมพงศ์                                  เลขที่ 40
5. นางสาว  กมลวรรณ  เหลืองเพชรรัตน์           เลขที่ 46
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนประกอบวิชา ง 30269 รายวิชาโครงงานคอมพิวเตอร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9
โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ


บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
       การเรียนมัธยมปลาย ในสายวิชา ศิลป์ภาษา มีช่องทางหลากหลายในการเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย แต่ในนักเรียนบางคน ยังไม่สามารถค้นพบตัวเอง ด้านความถนัด ด้านความสามารถ และการมีใจรัก ว่าตัวเองถนัด และ มีความสามารถในด้านใดบ้าง และยังสับสนว่า อนาคตของการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จะเรียนต่อในคณะใด ในการศึกษาเรียนต่อในคณะต่าง ๆ เช่น คณะครุศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะจิตวิทยา ณะนิติศาสตร์คณะนิเทศศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคณะรัฐศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะศิลปกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม คณะเศรษฐศาสตร์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์คณะอักษรศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์
                           ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดทำโครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อทางการศึกษาเรื่อง ''สู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษา'' โดยได้รวบรวมข้อมูล เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับการศึกษาต่อในมหาวิทยลัยและจัดทำเป็นเว็บบล็อก   เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจและต้องการทราบรายละเอียดในการศึกษาในมหาวิทยาลัย
วัตถุประสงค์
1.เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อไปในชีวิตรั่วมหาวิทยาลัย
2.เพื่อจะได้ศึกษาสิ่งที่ตนเองชอบเรียน
3.เพื่อจะได้เรียนจบไปทำงานในสิ่งที่ตนเองอยากทำ
4.เพื่อจะได้เป็นแรงกำลังใจเมื่อจบไปสามารถมีงานทำตามที่ตนเองหวัง
ขอบเขตของโครงงาน
หัวข้อเนื้อหาที่จะทำ
1.แรงบันดาลใจกับความหวังในการเรียนต่อในรั่วมหาวิทยาลัยในคณะนั้น ๆ
2.รายละเอียดของแต่คณะในแต่ละสาขา
3.เส้นทางสู้รั่วมหาลัยในการสอบสายตรง กับเอดมิชั่น
4.รายละเอียดแต่ละมหาวิทยาลัย
5.เมื่อจบไปสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง
ระยะเวลา   5 มิ.ย. 31 สิงหาคม 2557
แผนการดำเนินงาน




ขั้นตอนการดาเนินงาน
                            ระยะเวลาในการดาเนินงาน

มิถุนายน 2557

กรกฎาคม2557

สิงหาคม2557
1
2
3
4
1
2
3
4
1
2
3
4
1.คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา
 ✓ 
  ✓
  ✓
  ✓
  ✓
 ✓ 
2. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับโครงงานในการสร้างสื่อ วีดีทัศน์
  ✓
  ✓
  ✓
  ✓
3. จัดทำโครงร่างโครงงานเสนออาจารย์ที่ปรึกษา
 ✓ 
 ✓ 
 ✓ 
 ✓ 
4. ศึกษาโปรแกรมต่างๆ ในการสร้างวีดีทัศน์
 ✓ 
 ✓  
 ✓ 
 ✓ 
5. ออกแบบสร้างสื่อ วีดีทัศน์ ตกแต่งใส่เสียง
  ✓
 ✓ 
6. เผยแพร่ผลงานสื่อ วีดีทัศน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บบล็อก
  ✓
7. สรุปรายงานโครงงาน จัดทารูปเล่ม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้ที่สนใจโครงงานสามารถรู้เกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆเกี่ยวกับรั่วมหาวิทยาลัย และสาขาคณะต่าง ๆ
2. ผู้ที่สนใจสามารถทราบและเข้าการศึกษาของสายศิลป์
3. ผู้ที่สนใจสามารถนำมาเป็นตัวชี้นำการเรียนต่อหลังจบโรงเรียนระดับมัธยมปลาย
4. ผู้สนใจหลังการเรียนจบในรั่วมหาวิทลัยสามารถประกอบอาชีพตามที่หวังได้

บทที่2
เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
            การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง สู่รั่วมหาวิทยาลัยกับสายศิลป์ภาษา  คณะผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าเสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
สู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับสายศิลป์ภาษา
       1.  การเลือกคณะที่เหมาะสมกันตนเอง การค้นพบตัวเองด้านความถนัด ด้านความรู้ ด้านความสามารถและมีใจรักในการเรียนคณะนั้น ๆ
       2.  ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคณะที่ตนสนใจ เป็นข้อมูลข่าวสารรายละเอียดในการแอดมิชั่นตรง
       3.  ช่องทางในการศึกษาในมหาวิทยาลัย สอบสายตรงไปดั่งคณะตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  การรอรอบแอดมิชั่นโควต้าเพื่อยื่นไปตามมหาวิทยาลัยที่รับสมัคร และโครงการรับตรง
       4. ค่าหน่วยกิจและค่าบำรุงการศึกษาในมหาวิทยาลัย
       5. การเรียนวิชาบังคับและวิชาเลือก เพื่อให้สอดคล้องกับคณะที่ตนเรียน
       6. การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
       7. โครงการความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี กีฬา
สาขาวิชาที่สามารถศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
1 เกษตรกรรมและสัตวแพทย์ศาสตร์
2 วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
3 สถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง
4 ธุรกิจและบริหาร
5 วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และไอที
6 ศิลปะและการออกแบบ
7 การศึกษาและการฝึกอบรม
8 วิศวกรรมศาสตร์
9 ภาษาอังกฤษ (EFL)
10 การดูแลส่วนบุคคลและการออกกำลังกาย
11 สุขภาพและการแพทย์
12 มนุษยศาสตร์
13 กฎหมาย
14 MBA
15 สังคมศาสตร์และสื่อ
16 ท่องเที่ยวและการบริการ
 สาขาวิชาที่สามารถศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
1 เกษตรกรรมและสัตวแพทย์ศาสตร์
2 วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
3 สถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง
4 ธุรกิจและบริหาร
5 วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และไอที
6 ศิลปะและการออกแบบ
7 การศึกษาและการฝึกอบรม
8 วิศวกรรมศาสตร์
9 ภาษาอังกฤษ (EFL)
10 การดูแลส่วนบุคคลและการออกกำลังกาย
11 สุขภาพและการแพทย์
12 มนุษยศาสตร์
13 กฎหมาย
14 MBA
15 สังคมศาสตร์และสื่อ
16 ท่องเที่ยวและการบริการ

คุณสมบัติของผู้เรียนในแต่ล่ะคณะ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ควรเป็นผู้มีความริเริ่ม ความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการและทักษะในด้านทัศนศิลป์ที่สมดุลกับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
คณะเศรษฐศาสตร์
ควรมีความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษอย่างดี รวมทั้งมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
คณะจิตวิทยา
ผู้ที่ผ่านข้อเขียนมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะต้องเข้ารับการทดสอบวุฒิภาวะทางอารมณ์ในวันสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย และผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษา
คณะนิติศาสตร์
1. มีระดับความรับผิดชอบทางศีลธรรมและมีคุณธรรมสูง
2. มีทักษะในการเขียนและการใช้ภาษาไทย
3. กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม
4. มีทักษะในการวิเคราะห์และมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ
คณะนิเทศศาสตร์
1. มีความรู้ด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างดี
2. รักการอ่าน การเขียน มีความรู้กว้างขวาง และสนใจใฝ่รู้ด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และมีความสามารถในการถ่ายทอดผ่าน สื่อประเภทต่างๆ
3. มีความสนใจทางด้านศิลปะการสื่อความหมายประเภทต่างๆ
4. มีความรับผิดชอบสูงและตรงต่อเวลาอยู่เสมอ
คณะศิลปศาสตร์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ต้องสามารถมองเห็นด้วยตาทั้ง 2 ข้าง
สาขาภาษาญี่ปุ่น แบ่งการรับนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้คือ
1. กลุ่มผู้มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รับเข้าภาควิชาภาษาญี่ปุ่นโดยตรง จำนวน 25 คน โดยกำหนดรูปแบบการคัดเลือกฯเป็น
- รูปแบบที่ 1 O-NET วิชาสังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ A-NET วิชาภาษาไทย (10 เปอร์เซ็นต์) ภาษาอังกฤษ (10 เปอร์เซ็นต์) ภาษาญี่ปุ่น (15 เปอร์เซ็นต์) และ
- รูปแบบที่ 2 O-NET วิชาสังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ A-NET วิชาภาษาไทย (10 เปอร์เซ็นต์) ภาษาอังกฤษ (10 เปอร์เซ็นต์) ภาษาญี่ปุ่น (15 เปอร์เซ็นต์)
2. กลุ่มผู้ไม่มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รับโดยคัดเลือกจากนักศึกษาที่สอบเข้าเรียนในคณะศิลปศาสตร์ ในรหัสรวมหลายสาขาวิชา จำนวน 25 คน รูปแบบที่ 1 และรูปแบบที่ 2 เช่นกัน และภาควิชาภาษาญี่ปุ่น จะทำการคัดเลือกนักศึกษาเข้าวิชาเอกโดยพิจารณาจาก ผลการเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่น 1 (ญ.171) และคะแนน A-NET (รหัส 11 ภาษาไทย 2 และรหัส 13 ภาษาอังกฤษ 2)
ทั้งนี้ นักศึกษากลุ่มนี้ต้องเป็นผู้ไม่มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่น กล่าวคือ
•  ไม่ใช่ผู้ที่เรียนสายศิลป์ภาษาญี่ปุ่นในระดับมัธยมปลาย หรือ
•  ไม่เคยไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นติดต่อกันนาน 6 เดือน หรือ
•  ไม่เคยสอบผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ 4 ขึ้นไป (ไม่ว่าจะเคยศึกษาภาษาญี่ปุ่นมาจากสถาบันใดก็ตาม)
    อนึ่ง ผู้มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องใช้รหัสการคัดเลือกฯเข้าภาควิชาภาษาญี่ปุ่นโดยตรง (ข้อ 1) เท่านั้น จะไม่มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกในกลุ่ม 2
คณะศิลปกรรมศาสตร์
สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์
กำหนดคะแนนขั้นต่ำของคะแนนสอบวิชาเฉพาะ ทั้ง 2 วิชา ต้องสอบได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของคะแนนเต็มแต่ละวิชาทั้ง 2 วิชา (วาดเส้น (45) , องค์ประกอบศิลป์ (46))
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
1. สาขาวิชาสถาปัตยกรรม
เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควรเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการและทักษะ ในด้านทัศนศิลป์ที่มีความสมดุลกับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีความสนใจด้านใดด้านหนึ่งหรือ หลาย ด้าน เช่น
1. การออกแบบสถาปัตยกรรมของอาคารประเภทต่าง ๆ
2. การบริหารจัดการโครงการ หรืองานก่อสร้าง
3. เทคโนโลยีอาคาร
4. การนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม ฯลฯ
2. สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน
เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควรเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการและทักษะ ในด้านทัศนศิลป์ที่มีความสมดุลกับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีความสนใจด้านใดด้านหนึ่งหรือ หลาย ด้าน เช่น
1. การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในของอาคารประเภทต่าง ๆ
2. การบริหารจัดการโครงการ และงานปรับปรุงอาคารทางด้านสถาปัตยกรรมภายในต่าง ๆ
3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
4. การนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมภายใน ฯลฯ
3. สาขาวิชาการผังเมือง
1. ก. สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
    ข. สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาการผังเมืองบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
2. เป็นผู้ที่มีความสนใจในความเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาของสิ่งแวดล้อมรอบตัวในสังคม โดยเฉพาะสังคมเมือง ใฝ่รู้และเฝ้าติดตามข่าวสารบ้านเมืองเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานในการวางแผนและการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม
3. เป็นผู้ที่มีความปรารถนาที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
4. สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์
เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย ควรเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและทักษะในด้านทัศน ศิลป์ที่มีความสมดุลย์กับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีความสนใจด้านใดด้าน หนึ่ง หรือหลายด้าน เช่น
1. การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมในระดับต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ ภูมิทัศน์เมือง
2. เทคโนโลยีการก่อสร้างทางภูมิสถาปัตยกรรม
3. การบริหารการจัดการโครงการทางภูมิสถาปัตยกรรม หรือ การก่อสร้างโครงการ
4. การนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม
5. นิเวศวิทยาเชิงภูมิทัศน์
คณะเกษตร ประมง วนศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการสัตวแพทย์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์ การสอนวิทยาศาสตร์ คหกรรมศาสตรศึกษา วิทยาลัยการชลประทาน คณะเกษตร กำแพงแสน วิศวกรรมศาสตร์กำแพงแสน วิทยาศาสตร์การกีฬา ศึกษาศาสตร์ กำแพงแสน สาขาวิชาเกษตรและสิ่งแวดล้อมศึกษา การสอนคณิตศาสตร์ ศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ศรีราชา วิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา
วิทยาลัยศาสนศึกษา สาขาวิชาศาสนศึกษา
1. ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) หรือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 หรือเทียบเท่า จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
2. ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้ว วิทยาลัยศาสนศึกษาจะดำเนินการสอบเพิ่มเติมโดยแบ่ง การสอบเป็น 2 ส่วน คือ การสอบข้อเขียนวิชาการใช้เหตุผล และการสอบสัมภาษณ์ปากเปล่า ผู้ที่ผ่านการทดสอบดังกล่าวจึง จะมีสิทธิ์เข้าศึกษา ( วิทยาลัยฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเองภายหลังการประกาศผลการคัดเลือก ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) สามารถติดต่อสอบถามกำหนดวันสอบที่แน่นอนได้ที่วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ . 0-2800-2630-39 ต่อ 214 โทรสาร . 0-2800-2659
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล
คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด
ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด มีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยา ศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนราย วิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษาอังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับ หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน
คณะโบราณคดี สาขาภาษาฝรั่งเศส
1. ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์ภาษา ( ภาษาฝรั่งเศส )
2. ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์ ( ภาษาฝรั่งเศส )
3. ต้องเลือกรายวิชาภาษาฝรั่งเศสในการสอบคัดเลือกฯ
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ต้องไม่เป็นผู้พิการหรือมีโรคต่าง ๆ ดังนี้
- ตาบอดสีทั้งสองข้าง
- หูหนวกทั้งสองข้าง
- มีความพิการของมือ แขน หรือขาทั้งสองข้าง
- โรคติดยาเสพติดให้โทษ
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
- โรคหรือความพิการอื่น ๆ ที่คณะกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกเห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและปฏิบัติงานในวิชาชีพ
-มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ-
คณะวิทยาศาสตร์
ต้องลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 6 หน่วยการเรียน
คณะมนุษยศาสตร์
สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส รับผู้ที่เรียนแผนการเรียนศิลป์ภาษา (ฝรั่งเศส) เท่านั้น
คณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์
ผู้สมัครต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533)ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยา ศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนราย วิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษาอังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับ หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน
คณะศึกษาศาสตร์
ผู้สมัครเข้าศึกษาในสาขาศึกษาศาสตร์นี้จะต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เป็น อุปสรรคต่อการศึกษา หรือต่อการเป็นครู
คณะสังคมศาสตร์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ รับผู้ที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เท่านั้น
คณะทันตแพทยศาสตร์
ผู้สมัครต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยา ศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนราย วิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษาอังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน 
การสร้างเว็บบล็อก  (Blogger)
      1.  เข้าไปที่ http://www.blogger.com/   จะเจอหน้าจอแบบนี้ ให้คลิกที่ สร้างเว็บบล็อกของท่านเดี๋ยวนี้ ดังรูป
      2.  เมื่อท่านคลิกนี้ จะปรากฏดังรูปด้านล่าง
      3. ให้ใส่รายละเอียดดังรูป
               -ที่อยู่อีเมล : (จากที่ท่านได้สมัคร Gmail)
               -Enter Password : (ใส่รหัสผ่าน)-พิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง
               -Displya name (ตั้งชื่อที่จะให้แสดงตอนโพสเว็บบล็อก)
               -พิมพ์ตามอักษรที่ปรากฎให้ถูกต้อง
                -คลิกดำเนินต่อไป
        4.  จากนั้นให้ตั้งชื่อ เว็บบล็อกของท่าน
              -คลิกที่ตรวจสอบ เพื่อตรวจเช็คดูว่า มีใครใช้ชื่อนี้ไป หรือยัง ถ้ามีแล้วระบบจะแจ้งเตือนว่าใช้ไม่ได้       และจะมีตัวเลือกให้เราโดยอัตโนมัต ถ้าชอบใจตัวไหน ก็คลิกที่ชื่อด้านล่างตัวนั้นได้ แต่ถ้าต้องการชื่ออื่นอีกก็ตรวจสอบจนกว่าจะได้ชื่อที่คุณพอใจ เมื่อได้ชื่อตามที่ต้องการแล้ว คลิกที่ ดำเนินต่อไป
           5.  จากนั้นจะเข้าสู่การเลือกแม่แบบว่า เราต้องการเว็บบล็อกรูปแบบไหน มีให้เลือกมากมายตาม  ต้องการสามารถคลิกเพื่อดูตัวอย่างแม่แบบได้ เมื่อได้แม่แบบตามที่เราชอบแล้ว คลิกที่ ดำเนินต่อไปถึงตอนนี้คุณก็จะมีบล็อกกับกูเกิลแล้ว  อย่าลืมจดจำคือ
           1  อีเมลล์ของ gmail
           2  URL เว็บบล็อก

บทที่3
วิธีการดำเนินโครงงาน
      3.1  โปรแกรมที่ใช้ในการทำโครงงานบทที่3
            3.1.1  โปรแกรม Power Point
            3.1.2  โปรแกรม Microsoft Word 2007
            3.1.3   เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 
            3.1.4  เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com  , www.gmail.com ,  www.google.com  , www.hotmail.com
   3.2 วิธีการดำเนินโครงงาน
ลำดับที่กิจกรรมระยะเวลาในการดำเนินโครงงาน
สัปดาห์ที่กำหนดชื่อโครงงาน
สัปดาห์ที่กำหนดวัตถุประสงค์โครงงาน
สัปดาห์ที่กำหนดขั้นตอนในการทำโครงงาน
สัปดาห์ที่สืบค้นข้อมูลเพื่อจำทำโครงงาน
สัปดาห์ที่จัดทำโครงงาน
สัปดาห์ที่ลงมือทำโครงงาน
สัปดาห์ที่การเขียนรายงาน
สัปดาห์ที่การนำเสนอและแสดงผลงาน

บทที่ 4
ผลการดำเนินงาน
4.1) ผลการดำเนินงาน
คณะผู้จัดทำสามารถดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยการวางแผนวิธีดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน และมีการนำเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการทำโครงงาน เช่น
1.การรวบรวมข้อมูล “สู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษา” จากทางอินเตอร์เน็ต
2.การศึกษาวิธีการสร้างเว็บบล็อกเพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้เรื่อง “สู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษา” จากทางอินเตอร์เน็ต

บทที่ 5
สรุป   อภิปรายและข้อเสนอแนะ
การจำทำโครงงานสู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษานี้สามารถสรุปผลการดำเนินโครงงาน และข้อเสนอแนะ ดังนี้
 วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อไปในชีวิตรั่วมหาวิทยาลัย
2. เพื่อจะได้ศึกษาสิ่งที่ตนเองชอบเรียน
3.เพื่อจะได้เรียนจบไปทำงานในสิ่งที่ตนเองอยากทำ
4. เพื่อจะได้เป็นแรงกำลังใจเมื่อจบไปสามารถมีงานทำตามที่ตนเองหวัง
  วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 
            1.   โปรแกรม Power Point
            2. โปรแกรม Microsoft Word 2007
            3.  เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 
            4.   เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com  , www.gmail.com ,  www.google.com , www.hotmail.com
สรุปผลการดาเนินงานโครงงาน
     จากการดำเนินงานโครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่องสู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษา ในครั้งนี้สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้
       ทำให้ได้เว็บบล็อกเรื่อง สู่รั่วมหาวิทยาลัยไปกับศิลป์ภาษาเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งทำให้เกิดประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป   ส่งเสริมให้ทุกคนมีการเลือกคณะที่เหมาะสมกันตนเอง การค้นพบตัวเองด้านความถนัด ด้านความรู้ ด้านความสามารถและมีใจรักในการเรียนคณะนั้นๆ
ข้อเสนอแนะ
ควรมีการจัดทาเนื้อหาของโครงงานให้หลากหลายให้ครบทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้
 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา
        1.  เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอกับการทาโครงงาน และบางครั้งอินเทอร์เน็ตมีปัญหา
        2.  สมาชิกในกลุ่มบางคนไม่ค่อยถนัดในการใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์งาน จึงทำให้เสียเวลาและทำให้โครงงานเสร็จช้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น